คำเทศนาวันพอประจำป 2009

หัวขอ รักใดไมใหญเทารักของ “พอ”
ลูกา 15 : 11 – 32

คำเทศนาพิเศษวันพอ ประจำวันอาทิตยที่ 6 ธ.ค.2009
คริสตจักรความหวังกรุงเทพฯ

ลูกา 15:11-32 (อานเฉพาะขอ 11-20)
11 พระองคตรัสวา "ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน
1

12 บุตรคนนอยพูดกับบิดาวา "บิดาเจาขา ขอทรัพยที่ตกเปนสวน
ของขาพเจาเถิด" บิดาจึงแบงสมบัติใหแกบุตรทั้งสอง
13 ตอมาไมกี่วันบุตรนอยนั้นก็รวบรวมทรัพยทั้งหมดแลวไปเมืองไกล
และไดผลาญทรัพยของตนที่นั่นดวยการเปนนักเลง
14 เมื่อใชทรัพยหมดแลวก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้นเขาจึง
ขัดสน
15 เขาไปอาศัยอยูกับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง และคนนั้นก็ใชเขาไปเลี้ยง
หมูที่ทุงนา
16 เขาใครจะไดอิ่มทองดวยฝกถั่วที่หมูกินนั้น แตไมมีใครใหอะไรเขากิน
17 เมื่อเขารูสำนึกตัวแลว จึงพูดวา "ลูกจางของบิดาเรามีมาก ยังมี
อาหารกินอิ่มและเหลืออีก สวนเราจะมาตายเสียที่นี่เพราะอดอาหาร
18 จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับทานวา "บิดาเจาขา
ขาพเจาไดผิดตอสวรรคและผิดตอทานดวย
19 ขาพเจาไมสมควรจะไดชื่อวาเปนลูกของทานตอไป ขอทานให
ขาพเจาเปนเหมือนลูกจางของทานคนหนึ่งเถิด"
20 แลวเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แตเมื่อเขายังอยูแตไกล บิดาแล
เห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา
21 ฝายบุตรนั้นจึงกลาวแกบิดาวา "บิดาเจาขา ขาพเจาไดผิดตอ
สวรรคและตอทาน ขาพเจาไมสมควรจะไดชื่อวาเปนลูกของทานตอ
ไป"
22 แตบิดาสั่งบาวของตนวา "จงรีบไปเอาเสื้ออยางดีที่สุดมาสวมใหเขา
และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเทามาสวมใหเขา
23 จงเอาลูกวัวอวนพีมาฆาเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด
24 เพราะวาลูกของเราคนนี้ตายแลว แตกลับเปนอีก หายไปแลวแต
ไดพบกันอีก" เขาทั้งหลายตางก็มีความรื่นเริงยินดี
2

25 "ฝายบุตรคนใหญนั้นกำลังอยูที่ทุงนา เมื่อเขากลับมาใกลตึกแลว
ก็ไดยินเสียงมโหรีและเตนรำ
26 เขาจึงเรียกบาวคนหนึ่งมาถามวา เขาทำอะไรกัน
27 บาวจึงตอบวา "นองของทานกลับมาแลว และบิดาไดใหฆาลูกวัว
อวนพีเพราะไดลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ"
28 ฝายพี่ชายก็โกรธไมยอมเขาไป บิดาจึงออกมาชักชวนเขา
29 แตเขาบอกบิดาวา "ดูแนะ ขาพเจาไดปรนนิบัติทานกี่ปมาแลว
และมิไดละเมิดคำบัญชาของทานสักขอหนึ่งเลย แมแตเพียงลูกแพะ
สักตัวหนึ่งทานก็ยังไมเคยใหขาพเจา เพื่อจะเลี้ยงกันเปนที่รื่นเริง
ยินดีกับเพื่อนฝูงของขาพเจา
30 แตเมื่อลูกคนนี้ของทาน ผูไดผลาญสิ่งเลี้ยงชีพของทาน โดยคบ
หญิงคนชั่วมาแลว ทานยังไดฆาลูกวัวอวนพีเลี้ยงเขา"
31 บิดาจึงตอบเขาวา "ลูกเอย เจาอยูกับเราเสมอ และสิ่งของ
ทั้งหมดของเราก็เปนของเจา
32 แตสมควรที่เราจะไดรื่นเริงและยินดี เพราะนองของเจาคนนี้ตาย
แลว แตกลับเปนขึ้นอีก หายไปแลวแตไดพบกันอีก"

โครงรางคำเทศนา
ลก.15:11-32
3

หัวขอ รักใดไมใหญเทา “รักพอ”
ความรักของพอแสดงออกโดย
1. ทำดีตอลูกโดยไมมีเงื่อนไข (ขอ12)
2. มีความเมตตาลูกอยูเสมอ (ขอ19-20) 
3. ยกโทษใหอภัยเสมอ  เมื่อกลับใจใหม (ขอ21-24)
.1 ยกโทษโดยไมมีมีภาคทัณฑ (20,22-23)
.2 ยกโทษโดยไมมีการลงโทษ (32)

คำนำ
เลาเกี่ยวกับขาวพอกับลูกที่พิการลงแขงวิ่งมาราธอน (มีภาพประกอบ)
หนึ่งในภาพการแขงขันที่ปรากฏอยูในเวบไซตแทงเกิลมีผูเขาชมมากกวา
15 ลานครั้งแลว เปนภาพที่ซาบซึ้งถึงความรักและความทุมเทของพอ และ
จิตใจที่เขมแข็งภายใตรางกายที่ออนแอของลูก
4

ริค ฮอยต ลูกชายที่พิการตั้งแตเกิด ภาวะสมองพิการทำใหไมสามารถเดิน
หรือพูดได แตมีสติปญญาเฉียบแหลมเรียนจบป.ตรีจากมหาวิทยาลัย
บอสตันดวยโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอรดวยเสียงเปนชาวเมืองรัฐแมสซา
ชูเสตตของสหรัฐอเมริกา
ตอนอายุ 15 ป ริค ไดถามพอที่ชื่อดิค วา “พอจะไปวิ่งมาราธอนกับผมได
ไหม” ซึ่งเขาหมายถึงการแขงขันมาราธอนระยะ 5 ไมล แมดิคอายุมากแลว
และยังเปนโรคหัวใจ ก็ตอบวา “ไดซิลูก” และในการแขงขันครั้งนั้น ดิควิ่ง
โดยเข็นรถวีลแชรของริคจนเขาสูเสนชัยไดสำเร็จ แมจะเปนคนรองสุดทาย
ก็ตาม
ริค บอกกับพอหลังการแขงขันวา “พอครับ ตอนที่เรากำลังวิ่งอยูนั้น ผม
ไมรูสึกวาผมพิการเลยแมแตนอย”และจุดเริ่มตนของการวิ่งครั้งนั้น ไดทำให
ทั้งคูวิ่งมาราธอนดวยกันหลายครั้งจนกระทั่งวันหนึ่ง ริคไดถามพอวา “พอ
เราไปลงแขง “คนเหล็ก” ดวยกันมั้ย” และเหมือนเคย ดิคบอกกับลูกวา “ได
ซิลูก”
การแขงขัน คนเหล็ก หรือ Iron Man เปนการแขงขันไตรกีฬาแบกวิบาก
โดยไมหยุดพัก ที่ประกอบดวย การวายน้ำในทะเลระยะทาง 3.86 กม. การ
ปนจักรยาน ระยะทาง 180.2 กม. และการวิ่งมาราธอนระยะทาง 42.195
กม.
จากครั้งแรกจนถึงวันนี้ ทั้งคูลงแขงขันตางๆ รวมกวา 1,000 ครั้งแลว
นอกจากนี้ในป 2535 ทั้งคูยังไดรวมเดินทางโดยการปนจักรยานและการวิ่ง
ทั่วสหรัฐรวมระยะทาง 3,735 ไมลโดยใชเวลา 45 วันดวย
สิ่งที่ทำใหดิค อดีตทหารอากาศวัยเกือบ 70 ป ซึ่งเริ่มปวยเปนโรคหัวใจ
ตั้งแตป 2546 ยังคงมีรางกายที่ฟตเต็มรอยสำหรับการแขงขันเหลานี้เปน
5

เพราะความรักที่มีตอลูกอยางไมตองสงสัย และเขาเคยบอกวา บนเสนทาง
ของการแขงขันแตละครั้ง เขามี“ริคเปนแรงจูงใจ”
นอกจากการแขงขันจะทำใหทั้งพอลูกมีความสุขแลว หมอยังบอกดวย
วาการวิ่งตลอดระยะเวลาหลายปนี้ มีสวนชวยรักษาชีวิตของดิคทำใหเขา
อยูมาไดจนถึงทุกวันนี้
และริคซึ่งปจจุบันอายุเกือบ 47 ปเคยบอกถึงความปรารถนาของตัวเองวา
สิ่งเดียวที่เขาอยากทำใหพอ ก็คือ “ใหพอนั่งอยูบนรถเข็น โดยมีผมเปนคน
เข็นพอเขาสูเสนชัยสักครั้งหนึ่งในชีวิต”
• นี่ภาพความนาประทับใจในสายใยความรักของพอลูก นักวิ่งที่พิชิต
ความพิการและเสนชัย
• ไมวาลูกจะเปนอยางไร แตความรักของพอยังเหมือนเดิม ไม
เปลี่ยนแปลงเหมือนอยางที่พระเจาทรงรักเราทั้งหลาย และความ
รักของพอที่มีตอลูกไมไดเปนความรักที่เก็บในใจ แตเปนการ
แสดงออกเปนการกระทำที่ลูกสามารถสัมผัสและรับรูได
• พระธรรมลูกา 15 ขอ 11-32 นี้ เปนอุปมาที่พระเยซูเลาถึงความ
รักพอที่มีตอลูก เพื่อเปนภาพสะทอนใหสาวกไดเขาใจถึงความรัก
ของพระเจาที่มีตอมนุษย
• หัวขอคำเทศนาวันนี้จึงอยากใหชื่อวา “รักใดไมใหญเทารักของ
พอ” ที่มีลักษณะโดดเดน 3 ประการผานพระวจนะตอนนี้
• ประการแรก

1. ทำดีตอลูกอยางไมมีเงื่อนไข (ขอ 12 )
6

ขอ12 บุตรคนนอยพูดกับบิดาวา "บิดาเจาขา ขอทรัพยที่ตกเปนสวน
ของขาพเจาเถิด" บิดาจึงแบงสมบัติใหแกบุตรทั้งสอง
• เมื่อลูกคนเล็กเรียกรองขอทรัพยสินจากพอมาใชกอนเวลา
สมควร ทั้งๆที่ทรัพยสินที่ขอนั้นไมไดเปนเงินที่เขาหามาไดเอง
แตเปนเงินที่พอทำมาหาเก็บสะสมมาตลอดชีวิต เปนเงินที่
เตรียมไวเพื่ออนาคตของลูก
• พอก็ยินดีจัดสรรให โดยที่ไมไดเรียกรองวาลูกตองทำงานชดใช
หรือตอบแทนสิ่งใด
• พอไมไดนั่งลงคำนวณคิดวาคุมหรือไมคุมที่จะใหสิ่งนั้นกับลูก
หรือคิดวาลูกทำตัวเหมาะสมนารักหรือไม
• ไมไดมีเงื่อนไขวาตองเชื่อฟงและอยูใตอำนาจของพอ ตอง
ดูแล ตองตอบแทนบุญคุณ ( แมวาเราทุกคนควรตอบแทน
พระคุณทานก็ตาม)หรือทำใหสมปรารถนากอน
• แมวาลูกไมไดเห็นคุณคาหรือมีใจขอบพระคุณในสิ่งที่พอ
จัดสรรให
• กลับทำตัวเปนนักเลงและเอาทรัพยสินที่พอสะสมมาตลอด
ชีวิตไปใชอยางสุรุยสุราย
• แตพอก็ยังทำดีตอลูกอยางไมมีเงื่อนไข
7

• ในพจนานุกรมจะกำหนดความหมายของคำวา "พอ" หมายถึง
ชายผูใหกำเนิดแกลูกและ มีใชหลายคำที่ใชเรียกแทนพอ เชน
พอ, Daddy,ปะปา ,ปา ,เตี่ย ฯลฯ
• ดวยความรัก และความหวงใย ของพอที่มีใหแกลูก ทำใหคนที่
ไดชื่อวา “พอ” นั้นเปนไดทุกอยางสำหรับลูก พอจึงเปนได
มากกวาคำในพจนานุกรมกำหนดไว
• และไมวาลูกจะทำสิ่งที่ดี หรือไมดีก็ตาม พอสวนใหญรักและ
ปรารถนาที่จะทำสิ่งดีเพื่อลูกเสมอโดยไมไดมีเงื่อนไขวาตอง
เอาสิ่งใดมาแลก
จากเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่ง เปนครอบครัวจนๆ
• พอลูกไดนั่งทานมื้อเย็นมื้อพิเศษนั่น หมายถึงมีกับขาวอาหารที่
มากมายไปดวยโปรตีนจากเนื้อสัตว มันเปนวันพิเศษจริงๆสำหรับ
เรา เทาที่ผานมาจะสะกดคำวาหมู,ไกไมเปนมีแตคำวาผักและผัก
กับน้ำพริก..ผูเปนพอลุกจากโตะเพื่อจะตักขาวเพิ่ม ผูเปนลูกชายก็
พูดขึ้นวา " พอตักเผื่อผมดวยนะ " พอพยักหนารับคำเหลือบมอง
ไปที่หมอขาว มันเหลือขาวติดกนหมอ เพียงพอสำหรับจานเดียว
เทานั้น พอตักขาวใสจานสงใหลูกชาย จากนั้นเดินไปกินน้ำ
ลูกชายถามพอวา " อาว!!พอไมกินตอเหรอพอเพิ่งกินไปจานเดียว
เอง " " พออิ่มแลว ลูกๆกินกันเถอะ " พอพูดดวยใบหนายิ้มแยม
อยางมีความสุข ลูกชายมองดูพออยางอดสงสัยไมได ทำไมพอกิน
น้ำไปตั้ง 1 ขวดใหญๆ ทั้งที่วันอื่นๆกินแคแกวหรือสองแกว
8

เทานั้น ....ผานไปจนถึงวันนี้ ผมก็รูคำตอบเมื่อตองมาเปนพอเอง
ทุกๆคนก็รูถึงความรูสึกนั้นเมื่อตองมาเปนพอบาง..ลำบากอยางไร
ก็ไดเพียงแคไดเห็นลูกๆมีความสุข
• นี่คือความรักของพอที่เสียสละใหลูก โดยไมไดตองการสิ่งใดจากลูก
• การใหของพอ ไมใชเพื่อการซื้อขายอยางธุรกิจ ไมใชการจางงาน
แตเปนการใหอยางเสียสละดวยความรักโดยไมไดตองการอะไรเพื่อ
แลกเปลี่ยน
• เหมื อ นอย่ า งที ่ พ ระเจ้ า รั ก เราและได้ ส ละพระ
เยซูคริสต์มาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเรา
ทั้งหลายไม่ว่าเราจะเป็นคนอย่างไร   หรือตอบ
สนองอย่างไร   แต่พระเจ้าก็ยังสําแดงความรัก
โดยประทานความรอดผ่านทางพระเยซู
รม.  5:6-­‐8
6 ขณะเมื่อเรายังขาดกำลัง

พระคริสตก็ไดทรงสิ้นพระชนมเพื่อ
ชวยคนบาปในเวลาที่เหมาะสม 7 ไมใครจะมีใครตายเพื่อคนตรง
แตบางทีจะมีคนอาจตายเพื่อคนดีก็ได 8 แตพระเจาทรงสำแดง
ความรักของพระองคแกเราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเปนคนบาป
อยูนั้น พระคริสตไดทรงสิ้นพระชนมเพื่อเรา

9

• ดังนั้นคริสเตียน ทุกคนที่ไดสัมผัสความรักของพระเจาจึงทำดี
ตอคนอื่นโดยไมไดหวังสิ่งใดตอบแทน โดยไมไดหวังอามิสสิน
จาง ไมขึ้นอยูวาคนนั้นจะนารัก หรือไมนารัก ใหผลประโยชน
ตอเราไดหรือไม
• ไมขึ้นอยูกับวาคนนั้นจะทำดีหรือไมดีกับเรา เราก็ยังทำดีอยู
เสมอ เพราะเราไดสัมผัสความรักของพระเจาและปรารถนาจะ
ถวายเกียรติแดพระเจา
มธ.5:16
16 ทานทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง

จงสองสวางแกคนทั้งปวง
เพื่อวาเมื่อเขาไดเห็นความดีที่ทานทำ เขาจะไดสรรเสริญพระ
บิดาของทาน ผูทรงอยูในสวรรค

• หลายคนมาเชื่อพระเจา เพราะประทับใจชีวิตที่ดีและสิ่งดีที่คริสเตียน
ทำ
• บางคนกอนมาเชื่อพระเจาในอดีต เวลามีปญหาในความสัมพันธกับพอ
แม พี่นองหรือเพื่อน เคยตอบสนองผิด ชอบพูดประชดประชัน นอยใจ
ไมเชื่อฟง มีกริยากระแทกกระทั้น ชอบใชกำลังเอามือตอยเสาบาง เอา
หัวโขกพื้นบาง เพื่อเรียกรองหรือประทวง
• แตเมื่อไดสัมผัสพระคุณความรักของพระเจา รับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
มีจิตใจที่เหมือนพระเจา มีใจออนสุภาพ ทำใหเลิกอาการตางๆที่ไมดี
เสีย และตอบสนองในทางที่ถูกคือ
10

• จากคนที่ไมเขาใจพอแม มีทัศคติที่ไมดี กลายเปนคนที่รักและเขาใจพอ
แมมากขึ้น
• จากคนที่ดื้อชอบเถียง ตอปากตอคำ กลายเปนคนที่เชื่อฟง
• จากคนที่เกี่ยงงอน มีเงื่อนไข เปนคนที่ไมมีเงื่อนไข ใหความรวมมือ
ชวยงานมากขึ้น
• จากการพูดจาไมดี ทำอากัปกริยาประชด เปนคนออนสุภาพ เปดใจรับ
ฟง
• นี่คือวิธีการของพระเจาคือ ไมไดตอบแทนการรายดวยการราย แต
ตอบแทนการรายดวยการดี
• พอหลายคนจึงไมตองแปลกใจหากลูกของทานเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
ขึ้นเมื่อมาเชื่อพระเจา ไมตองรอเปนคุณพอกอนจึงคอยเขาใจความรัก
ของพอ
• ในทำนองเดียวกันคุณพอหลายคนที่ไดกลับใจมาเชื่อพระเจาก็ยิ่งมี
ความรักความเขาใจลูกมากขึ้น ชองวางระหวางลูกและพอนอยลง มี
ความสัมพันธที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
• ครอบครัวคริสเตียนจึงเปนครอบครัวที่มีสันติสุขของพระเจา เพราะ
ความรักพระเจามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา คริสเตียนจึงทำดีตอทุก
คนอยางไมมีเงื่อนไขใดไดเพราะความรักของพระเจาที่อยูในเรา
เหมือนกับความรักพอที่มีตอลูก
11

• ความรักของพอไมเพียงแคทำดีอยางไมมีเงื่อนไข เทานั้น แตยังมี
ประการที่สองตอมาคือ

2. พอมีความเมตตาลูกอยูเสมอ ขอ19-20
19 ขาพเจาไมสมควรจะไดชื่อวาเปนลูกของทานตอไป ขอทานใหขาพเจา
เปนเหมือนลูกจางของทานคนหนึ่งเถิด"
20 แลวเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แตเมื่อเขายังอยูแตไกล บิดาแลเห็น
เขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา
• ขอ 19 บุตรนอยหลงหายนี้คงมีสภาพทรุดโทรม แตกตางจากกอนที่
ออกจากบานไป สภาพของลูกคงแตงตัวปอนๆ ขมุกขมัว ขาดสงาราศี
สภาพคงแยเหมือนกับลูกจางของพอ หรืออาจแยกวาก็ได
• บุตรนอยนี้อาจไมไดคาดหวังวาพอจะจำตนเองไดดวยซ้ำ เขาจึงรูตัววา
เขาไมสมควรที่จะเปนลูก เพราะเขาทำผิดตอพอและสภาพของเขาใน
เวลานี้ควรจะเปนลูกจางมากกวา
• แตไมวาสภาพของลูกเปนอยางไรพอก็ยังจำลูกไดอยางชัดเจนเสมอ
ไมวาลูกจะเปลี่ยนไปแคไหน พอมีเลนสสายตาที่มองเห็นลูกอยาง
ละเอียด และใสใจซึ่งมาจากความรักความเมตตา
12

• ในขอ 20 เห็นไดวาพอแสดงถึงความรักความเมตตาที่มีตอลูกออกมา
อยางเห็นไดชัดเจนคือวิ่งออกไปกอดจุบลูกทันที่
• ความเมตตา สงสาร เปนการแสดงออกที่สะทอนของความรักความ
หวงใย
• พอมีความรัก ความเมตตาลูกเปนทุนอยูแลว และยิ่งลูกอยูในสภาพที่
ตองการความชวยเหลือ พอพรอมที่จะหยิบยื่นความเมตตาใหกับลูก
ทันที โดยไมติดใจวาลูกจะทำตัวแยแคไหน
• คำนี้เปนคำที่พระคัมภีรใชอธิบายความเมตตาของพระเยซู เมื่อ
พระองคเห็นคนที่อยูในความทุกข
มธ. 9:36 และเมื่อพระองคทอดพระเนตรเห็นประชาชนก็ทรงสงสารเขา
ดวยเขาถูกรังควานและไรที่พึ่งดุจฝูงแกะไมมีผูเลี้ยง
ลก. 7:12-15
12

เมื่อมาใกลประตูเมืองนั้น ดูเถิด มีคนหามศพชายหนุมคนหนึ่งมา
เปนลูกคนเดียวของแม และนางก็เปนหญิงมาย ชาวเมืองเปนอันมากมา
กับหญิงนั้น 13 เมื่อพระองคไดทรงเห็นมารดานั้น
พระองคทรงเมตตา
กรุณาเขาและตรัสวา “อยารองไห” 14 แลวพระองคเสด็จเขาไปใกลถูกตอง
โลง คนหามศพนั้นก็หยุดยืนอยู พระองคจึงตรัสวา “ชายหนุมเอย
เราสั่งเจาวา ลุกขึ้นเถิด” 15 คนที่ตายนั้นก็ลุกนั่งเริ่มพูด พระองคจึงทรง
มอบชายหนุมใหแกมารดาของเขา.
13

• ความเมตตา จึงไมเปนเพียงแคความรูสึกภายในใจเทานั้นแตได
แสดงออกมาในภาคปฎิบัติดวยคือ หยิบยื่นการชวยเหลือดวยใจที่
ปรารถนาจะเห็นเขามีความสุขความยินดี
• เมื่อมนุษยอยูในบาป เปนสภาพที่นาสงสาร มีความทุกขทรมานจาก
โรคภัย ไขเจ็บ หรือ ปญหาในชีวิตที่หาทางออกไมเจอ
• พระเจาเมตตาตอมนุษยคนบาปและปรารถนาจะชวยเหลือเราทั้งหลาย
ใหหลุดพนจากความบาป คำแชงสาป และความทุกขทั้งปวง
รม9:15-16
15

เพราะพระองคตรัสกับโมเสสวา เราประสงคจะกรุณาผูใด เราก็จะ
กรุณาผูนั้น และเราจะเมตตาใคร เราก็จะเมตตาผูนั้น 16 เพราะฉะนั้นทุก
สิ่งจึงไมขึ้นแกความตั้งใจหรือการตะเกียกตะกาย แตขึ้นอยูกับพระกรุณา
ของพระเจา
• พระเจาทรงเมตตา และกรุณา ตอมนุษย พระองคเขาใจและรูถึงความ
ออนแอของมนุษยคนบาป ที่พยายามหาทางหลุดพนจากทางแหง
ความบาป และการถูกพิพากษาลงนรกบึงไฟ
• การไปสวรรคจึงไมไดเกิดจากการที่มนุษยตั้งใจ พยายามทำความดี
ดวยตัวเอง โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ จะทำใหหลุดพนจาก
การพิพากษาได เพราะไมมีใครที่ไมมีบาปเลย

14

• แตความรอดนั้นมาโดยพระคุณพระเจาที่เมตตา และกรุณาตอเรา เมื่อ
เราเปดใจเชื่อพระเจา รับพระเมตตาของพระเจา เหมือนที่บุตรนอย
คนนี้ไดรับเมตตาจากพอของเขาโดยไมขึ้นอยูกับความดีของบุตรนอย
คนนี้เลย

ฮบ.4:14-15
14 เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตผูเปนใหญที่ผานฟาสวรรคเขาไปถึง
พระเจาแลว คือพระเยซูพระบุตรของพระเจา ขอใหเราทั้งหลายมั่นคงใน
พระศาสนาของเรา 15 เพราะวา เรามิไดมีมหาปุโรหิตที่ไมสามารถจะ
เห็นใจในความออนแอของเรา แตไดทรงถูกทดลองใจเหมือนอยางเราทุก
ประการ ถึงกระนั้นพระองคก็ยังปราศจากบาป 16 ฉะนั้นขอใหเราทั้งหลาย
จงมีใจกลาเขามาถึงพระที่นั่งแหงพระคุณ เพื่อเราจะไดรับพระเมตตา
และจะไดรับพระคุณที่จะชวยเราในขณะที่ตองการ
• พระเจาไดหยิบยื่นพระเมตตามาใหกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่สำนึกวา
เราเปนคนบาป ไมสามารถชวยตนเองใหหลุดพนจากบาปได เพียงแค
เราเปดใจตอนรับพระเยซูคริสตดวยความเชื่อ
• หากวันนี้ทานตองการใหพระเจาเขามาชวยเหลือ แกไขปญหา ภาระที่
ทานแบกอยู ไมวาจะเปนโรคภัยไขเจ็บ ปญหาเศรษฐกิจ หนี้สิน
ปญหาครอบครัวบานแตกสาแหรกขาด พันธนาการ จากสิ่งเสพติด
อบายมุขตางๆ
15

• จงเปดใจรับพระเมตตาของพระเจา ใหพระองคเขามาชวยเหลือและ
ตอบคำอธิษฐานของทาน
• พระเจาไมเพียงแคมารักษาปลดปลอยโรคภัยไขเจ็บ และพันธนาการ
ความบาปทั้งปวงของทาน แตยังทรงประทานใหเรามีชัยชนะรวมกับ
พระองคดวย หากทานเปดใจเชื่อในวันนี้
• มีคำพยานมากมายในหองประชุมแหงนี้ที่มีประสบการณที่พระเจาเขา
มาชวยเหลือในภาระปญหาชีวิตอยางมากมาย และ มีชีวิตที่ดีขึ้น
• วันนี้พระเจารอคอยทาน และปรารถนาจะหยิบยื่นความเมตตาใหกับ
ทาน เหมือนพอที่รอคอยบุตรนอยที่หายไปกลับมา และตอนรับดวย
ความดีใจ
• นี่คือความรักของพอที่สะทอนความรักของพระเจาที่ไมเพียง ประการ
แรก คือ ทำดีตอลูกอยางไมมีเงื่อนไข ประการที่สองคือ มีความเมตา
ตอลูกอยูเสมอ ประการสุดทายคือ

3 พอจะยกโทษใหอภัยเสมอ เมื่อกลับใจใหม (ขอ21-24)
21 ฝายบุตรนั้นจึงกลาวแกบิดาวา

'บิดาเจาขา ขาพเจาไดผิดตอสวรรค
และตอทาน ขาพเจาไมสมควรจะไดชื่อวาเปนลูกของทานตอไป' 22 แต
บิดาสั่งบาวของตนวา 'จงรีบไปเอาเสื้ออยางดีที่สุดมาสวมใหเขา และ
เอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเทามาสวมใหเขา 23 จงเอาลูกวัวอวนพี
มาฆาเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด 24 เพราะวาลูกของเราคนนี้ตาย
16

แลว แตกลับเปนอีก หายไปแลวแตไดพบกันอีก' เขาทั้งหลายตางก็มี
ความรื่นเริงยินดี
• เมื่อลูกกระทำความผิด พาลสมบัติของพอ แลวกลับมาสารภาพความ
บาปและกลับใจใหม พอก็ยกโทษให
• พอยกโทษใหแมลูกนั้นไมไดเปนคนดี
• เชนเดียวกันกับพระเจา พระเจารักเราไมมีเงื่อนไข แมเราเปนคนบาป
เราไมถวายเกียรติแดพระองค ไมไดรักพระองค แตพระองครักเราจน
มาสิ้นพระชนมบนกางเขนเพื่อเรา เพียงแตเรากลับใจใหม นั่นคือการที่
เราตองแสดงออก เพื่อพระเจาก็ยกโทษใหกับเรา
• โดยพระเจาไมตองใหเราพิสูจนตัวเปนคนดีกอน
• เพียงแคเราอธิษฐานสารภาพบาป ตอนรับพระเยซูคริสตไวในชีวิต ไม
ตองไปทำดีกอน เพียงแตกลับใจใหมเทานั้น พระเจาก็ยกโทษบาปผิด
ใหกับเราแลว
• ความรักของพอก็สะทอนไดถึงความรักอยางพระเจา พอจะใหอภัยลูก
เสมอ
• แมวาลูกจะทำตัวแย ทำสิ่งที่ไมดี ใครก็อาจบอกไดไมสมควรที่จะให
อภัย ควรลงโทษใหสาสม
• เหมือนอยางในเหตุการณตอนนี้พี่ชายไมพอใจคิดวาทำไมพอจึงฉลอง
ใหญไดมากขนาดนี้ สิ่งที่ผิดรายแรงทำไมยกโทษงายขนาดนี้
17

ขอ 25-30
25 “ฝายบุตรคนโตนั้นกำลังอยูที่ทุงนา

เมื่อเขากลับมาใกลตึกแลว
ก็ไดยินเสียงมโหรีและเตนรำ 26 เขาจึงเรียกบาวคนหนึ่งมาถามวา เขา
ทำอะไรกัน 27 บาวจึงตอบวา 'นองของทานกลับมาแลว และบิดาได
ใหฆาลูกวัวอวนพีเพราะไดลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ' 28 ฝายพี่ชายก็
โกรธไมยอมเขาไป...
• แทจริงแลวการใหอภัยนั้น เปนพระคุณ ซึ่งมาจากความเมตตากรุณา
ของผูให ไมไดขึ้นกับผูรับวาสมควรหรือไมสมควร แตเมื่อไรที่เรากลับ
ใจใหม พระเจายกโทษให
• แตถาเราไมกลับใจใหม พระเจาไมสามารถยกโทษใหเราได และเรา
เห็นไดวา พระเจายกโทษใหอภัยเราอยางนอย มีลักษณะ 2 ประการ
ยอยคือ

.1

ยกโทษโดยไมมีภาคทัณฑ (ขอ20,22-23)

ขอ 20 ….แตเมื่อเขายังอยูแตไกล บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่ง
ออกไปกอดคอจุบเขา
• ขอ20 บิดาเห็นแตไกล แลววิ่งออกไปกอดจุบ
ขอ22 ^แตบิดาสั่งบาวของตนวา 'จงรีบไปเอาเสื้ออยางดีที่สุดมาสวมให
เขา และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเทามาสวมใหเขา
18

ขอ23 ^ จงเอาลูกวัวอวนพีมาฆาเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด

• ขอ22-23 บิดาแสดงออกดวยการสั่งบาวของตน ใหรีบไปเอาเสื้อ
อยางดีมา เอาแหวนมา เอารองเทามา มาสวมให และใหเอา
ลูกวัวมาฆาเลี้ยงกัน
• โดยบิดาไมไดกลาวโทษตอวา ตำหนิบุตรของตนเองเลย
• ความรักของพอไมมีการภาคทัณฑ
• คําว่า   “ภาคทัณฑ์”     (พาก-­‐ทัน)   แปลกจาก
พจนานุกรม   ฉบับบัณฑิตยสถาน   แปลว่า     ตํา
หนิโทษ,  คาดโทษ,  ลงโทษเพียงว่ากล่าว
• พอนั้นไมไดตำหนิ ตอวา หรือวากลาวลูกเลย นี่คือการใหอภัยของ
พอที่ยิ่งใหญมาก

• นี่คือความรักของพระเจา เปนความรักที่ใหอภัยโดยไมมีการ
ภาคทัณฑ ไมมีการตำหนิติเรา ตอวาเรา หรือวากลาวตักเตือนเรา
แตพระองคมีความเมตตาตอเรา

19

• เมื่อเรากลับใจมาหาพระองค พระองคทรงรัก ทรงเมตตาพรอมจะ
อาแขนของพระองครับเราเสมอ
แตที่สำคัญเราตองกลับมาหา
พระเจา เรากลับใจใหมมาหาพระองค
• แตถาเราไมกลับมาหาพระองค ไมกลับใจใหม เราก็จะไมเห็นภาพ
เชนนี้เกิดขึ้น
• ความรักของพอ ก็ควรเปนเชนนั้น ที่มีใจเมตตาตอลูก เมื่อลูกกลับ
มาหาเรา เมื่อเขาสำนึกผิด
• ไมควรตอวาลูก ตำหนิลูกไปกอน

• พวกฟาริสีมักจะฟองและตำหนิคนที่ทำผิด ตอพระเยซูคริสต แต
พระองคก็สอนคนทั้งหลายที่ติดตามพระองค ซึ่งเราไดเห็นสิ่งที่
พระองคตอบฟาริสีในมธ.12:7
มธ.12:7^ ถาทานทั้งหลายไดเขาใจความหมายของพระคัมภีร ที่วา เรา
ประสงคความเมตตา ไมประสงคเครื่องสัตวบูชา ทานก็คงจะไม
กลาวโทษคนที่ไมมีความผิด
• แทจริงพระเจาเปนพระเจาแหงความเมตตา พระองคไมประสงค
จะกลาวโทษคนที่ทำผิดแตมีความเมตตา
• และมีพระคัมภีรอีกหลายขอที่พระเยซูไดสอนเราทั้งหลาย ที่เราจะ
ไมกลาวโทษ หรือวาใคร
20

มธ. 7:1 ^ "อยากลาวโทษเขา เพื่อพระเจาจะไมทรงกลาวโทษทาน
ลก. 6:37 ^"อยาวินิจฉัยโทษเขา
และทานทั้งหลายจะไมไดถูกวินิจฉัย
โทษ อยากลาวโทษเขา และทานทั้งหลายจะไมถูกกลาวโทษ
จงยกโทษใหเขา และเขาจะยกโทษใหทาน
• เมื่อเราเปนคนบาป กลับมาหาพระเจา พระเจาไมกลาวโทษเรา ไม
วาเราทำสิ่งใดมา จะหนักหนาสากันก็ตาม สำหรับพระเจาไมมีการ
กลาวโทษเราเลย นี่คือความรักอันที่ยิ่งใหญของพระเจา
• คุณพอหรือแขกผูมีเกียรติที่เราครั้งแรก พระเจาก็รักทานเชนนี้
แมเราผิดพลาด ออนแอ ทำผิด ทำบาปมามากเพียงใด ถาเพียงแต
เรากลับใจใหมพระเจาไมมีการภาคทัณฑ ไมมีการกลาวโทษเรา
เลย ( Gospel )
• ความรักของพอก็ควรเปนเชนนี้ เปนความรักที่พระเจาคาดหวังให
เราเปนอยางพระองค คือไมกลาวโทษลูกเมื่อลูกกลับใจใหม กลับ
มาหาเรา ประการตอมา

.2

ยกโทษโดยไมมีการลงโทษ (ขอ 32)

ขอ32 ^แตสมควรที่เราจะไดรื่นเริงและยินดี เพราะนองของเจาคนนี้ตาย
แลว แตกลับเปนขึ้นอีก หายไปแลวแตไดพบกันอีก"
• ไมเพียงแตไมตำหนิ หรือลงโทษโดยการกลาววา และพอก็ไมได
ลงโทษในความผิดที่ลูกทำไปดวย แตกลับจัดงานเลี้ยงฉลองดวย
ความยินดีเมื่อบุตรกลับใจใหม

21

• เมื่อไรก็ตามที่เรากลับมาหาพระเจาและกลับใจใหม สารภาพความ
ผิดบาป พระเจาพรอมจะใหอภัยเราเสมอ

1ยน1:9 ถาเราสารภาพบาปของเรา พระองคทรงสัตยซื่อและเที่ยงธรรม
ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราใหพนจากการ
อธรรมทั้งสิ้น

• เมื่อเรากลับใจใหม แมเราไมไดเปนคนดี ตองพิสูจนใหเปนคนดี
จริงกอน แตเมื่อเราสารภาพบาป พระเจาที่เต็มไปดวยความรักยิ่ง
พระองคพรอมใหอภัยเราได และไมถือโทษเราเลย

รม 8:1 เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไมมีแกคนทั้งหลายที่อยูในพระเยซูคริสต

• ใครก็ตามที่อยูในพระเยซูคริสต ไมมีการลงโทษอีกเลย นี่คือ
พระคุณอันยิ่งใหญของพระเจาที่มีตอเราทั้งหลาย
• แมจริงเราไมเชื่อฟง มนุษยเราบาป เรามีโทษคือความบาป
• เพราะวาคาจางของความบาปคือความตาย ( รม.6:23 )
22

• แตเพราะความรักของพระเจา พระคุณของพระองค เราไมตองรับ
โทษ
( 2 ตัวอยางนี้ นักเทศน เลือกสัก 1 ตัวอยาง ถาใช 2 ตัวอยางจะเยอะไป)
ตัวอยาง 1 พระเยซูไมเอาโทษ หญิงที่ลวงประเวณี
ยน.8: 3 พวกธรรมาจารยและพวกฟาริสี ไดพาผูหญิงคนหนึ่งมา หญิง
ผูนี้ถูกจับฐานลวงประเวณี และเขาใหหญิงผูนี้ยืนอยูหนาฝูงชน
4 เขาทูลพระองควา "พระอาจารยเจาขา หญิงคนนี้ถูกจับเมื่อกำลัง
ลวงประเวณีอยู
5 ในธรรมบัญญัตินั้นโมเสสสั่งใหเราเอาหินขวางคนเชนนี้ใหตาย สวน
ทานจะวาอยางไรในเรื่องนี้"
6 เขาพูดอยางนี้ เพื่อทดลองพระองคหวังจะหาเหตุฟองพระองค แต
พระเยซูทรงนอมพระกายลงเอานิ้วพระหัตถเขียนที่ดิน
7 และเมื่อพวกเขายังทูลถามอยูเรื่อยๆ พระองคก็ทรงลุกขึ้นตรัสตอบ
เขาวา "ผูใดในพวกทานที่ไมมีผิด ก็ใหผูนั้นเอาหินขวางเขากอน"
8 แลวพระองคก็ทรงนอมพระกายลงเอานิ้วพระหัตถเขียนที่ดินอีก
9 แตเมื่อเขาทั้งหลายไดยินดังนั้น เขาทั้งหลายจึงออกไปทีละคนๆ
เริ่มจากคนเฒาคนแก เหลือแตพระเยซูตามลำพัง กับหญิงคนนั้นที่
อยูตอพระพักตรพระองค
10 พระเยซูทรงเงยพระพักตรขึ้นตรัสกับนางวา "หญิงเอย พวกเขา
ไปไหนหมด ไมมีใครเอาโทษเจาหรือ"
11 นางนั้นทูลวา "พระองคเจาขา ไมมีผูใดเลย" และพระเยซูตรัสวา
"เราก็ ไ ม เ อาโทษเจ า เหมื อ นกั น
จงไปเถิ ด และอย า ทำผิ ด
อีก"]^
23

ตัวอยางเรื่องจริง 2 (คนจากInternet)
มีพออยูคนหนึ่งไดตนเชอรี่พันธุดีมา ก็เอามาปลูกไวที่บาน และสั่งใหทุก
คนในบานชวยกันดูแล เพื่อวาเมื่อตนเชอรี่โตขึ้น ทุกคนจะไดกินผลไมที่
อรอยจากตนเชอรี่พันธุดีนี้ และคุณพอเองก็เฝารดน้ำ ใสปุย ดูแลมันอยางดี
เปนเชอรี่ตนโปรดของคุณพอทีเดียว
อยูมาวันหนึ่ง ขณะคุณพอออกไปทำงาน ลูกชายชื่อจอรจ ซึ่งไดขวานเล็กๆ
อันใหมมา ดวยความซนก็ฟนนูนฟนนี่ แลวก็ไปโดนตนเชอรี่แสนรักของคุณ
พอเขา ตนเชอรี่คอยๆ เอนตัวแลวก็ลมลงกับพื้น เหลือแตตอที่อยูเหนือพื้น
ดินมาไมกี่นิ้ว
เมื่อคุณพอกลับมาถึงบานเห็นตนเชอรี่แสนรักในสภาพอยางนั้น ก็ตกใจ
มาก เรียกทุกคนในบานมาถามก็ไมมีใครทราบ จนคุณพอนึกถึงลูกชายคน
นี้ก็ตะโกนเรียกดวยเสียงอันดังวา "จอรจ มานี่ซิ" จอรจก็เดินออกมาหาคุณ
พอ คุณพอไดถามจอรจวา "จอรจ ลูกรูไหมวาทำไมตนเชอรี่ถึงเปนแบบนี้"
จอรจกมหนาแตในที่สุดก็เงยหนาขึ้นแลวตอบคุณพอวา "ผมไมกลาโกหก
คุณพอหรอกครับวา ผมเปนคนเอาขวานฟนตนเชอรี่นี้เอง" คุณพอบอก
จอรจวา "เขาไปรอพอในบาน" จอรจเดินเขาไปรอคุณพอในหองของเคา
เวลาผานไปพักใหญๆ คุณพอก็เขามาในหอง และถามจอรจวา "ทำไมลูก
ถึงตัดตนเชอรี่ที่อีกหนอยทุกคนในบานจะไดกินผลจากมันละ" จอรจตอบ
คุณพอวา "ผมไมไดตั้งใจครับ ผมทำไปดวยความรูเทาไมถึงการณของผม
เอง" แลวจอรจก็กมหนาลง หนาแดงดวยความละอาย แลวก็ไดยินเสียงคุณ
24

พอพูดวา "จอรจ ลูกดูหนาพอซิ ถึงพอจะรูสึกเสียใจที่ตนเชอรี่ที่พอรักถูก
โคนไป แตพอก็ดีใจยิ่งกวาที่ลูกของพอ ซื่อสัตยและกลาหาญ ที่ยอมรับใน
การกระทำของตัวเอง ถาไมมีสิ่งนี้ ถึงแมจะมีเชอรี่พันธุดีเต็มสวนก็ไมมี
ประโยชนอะไร"
เหตุที่พอใหมีความรักความเขาใจ ใหอภัยจอจจ ใหจอรจ ใชความกลาหาญ
และความซื ่ อ สั ต ย ซ ื ่ อ มาโดยตลอด จนเขาได ด ำรงตำแหน ง เป น
ประธานาธิบดีอเมริกา นั่นคือ จอรจ วอชิงตัน
• นี่เปนตัวอยางความรักของพอที่ใหอภัยลูก แมลูกทำความเสียหาย
และไมไดถือโทษ ทำใหลูกไมตองอยูในพันธนาการ แตไดรับการปลด
ปลอย จนสามารถกลายเปนภาชนะที่ยิ่งใหญได ดั่งจอรจ วอชิงตัน
• ฉะนั้น เราจึงรับความรักของพระเจา ที่เปนความรักสมบูรณแบบ เพื่อ
เราจะสามารถรักทุกคนแมคนไมนารัก คนที่สรางความเสียหายใหกับ
เราได เราก็ใหอภัยเขาได เมื่อเขากลับใจใหม
• คุณพอทุกคนสามารถรับความรักของพระเจาได เพื่อเราจะไดรับการ
เติมใหเต็ม และใหอภัยลูกไดเสมอ ปรารถนาใหเขาไดรับสิ่งที่ดีที่สุดได

คำสงทาย
• บุตรนอยเมื่อออกจากบาน บิดาก็เฝารอใหกลับมาทุกวี่ทุกวัน
• พระเจาเที่ยงแท ผูทรงสรางฟาสวรรค ก็มองหาทานทุกวันเชนกัน
• เมือ่ ไร เราทั้งหลายจะกลับมาหาพระเจา พระองคเปนดั่งพอที่รัก
เรา
• มองหาเรา
25

• เมื่อเรากลับมาหาพระองค พระองคพรอมจะอาแขนรับเราทั้งหลาย
• พระองคเต็มไปดวยความเมตตาตอเรา
• พระองคพรอมจะชวยเหลือเราเสมอ ใหอภัยเรา และใหเรากลับมา
เปนบุตรของพระองค
• ใหรวมใจกันอธิษฐาน
.............................................................................
เพลงตอบสนอง
ความรักจากฟา ( พระเจาเขามาทันทุกครั้งยามตองการ...........)

26

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful