Você está na página 1de 28

คัมภีรฉันทศาสตร แพทย

ศาสตร
สงเคราะห
สมาชิก

นางสาว วรรณวริสา กฤติยาศรีสุเมธ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕/๑ เลขที่ ๗

นางสาว ลักษิกา ทวีวัฒนะกิจบวร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕/๑ เลขที่ ๒๐

นาย วิชยุตม งามพรชัย ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕/๑ เลขที่ ๑๑

นาย พัสกร รอดผล ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕/๑ เลขที่ ๑๔


เนื้อเรื่อง
คัมภีรฉันทศาสตร แพทยศาสตรสงเคราะหกลาวเปรียบเทียบรางกายเหมือนกับบานเมือง โดยใหความสำคัญกับดวงจิต
ดวยการเปรียบดวงจิตเปนกษัตริย และเปรียบโรคภัยเปนขาศึก เปรียบแพทยเปนทหารที่คอยดูแลปกปองรักษารางกาย ไมให
รางกายมีโรคภัย อีกทั้งดวงใจก็พยายามอยาโกรธเพื่อไมใหโรคภัยคุกคาม ความรูความเชี่ยวชาญในการรักษาบำบัดรักษาโรค มีค
วามสำคัญอยางยิ่ง เมื่อใดเกิดอาการเจ็บปวย แพทยตองรักษาโรคใหทันทวงที และรักษาใหถูกโรค เนื่องจากอาการเจ็บปวยอาจ
ลุกลามจนรักษาไมหายและควรรอบรูในการรักษาทั้งคัมภีรพุทธไสยอยางรอบดาน เพื่อใหสามารถวินิจฉัยและถายทอดความรูแก
ผูอื่นได
โครงเรื่อง
คัมภีรฉันทศาสตรเปนสิ่งที่สั่งสอนสิ่งที่แพทยควรกระทําและไมควรกระทํา รวมถึง
จรรยาบรรณของแพทย
แกนของเรื่อง
ใหความรูเกี่ยวกับอาการแทรกซอนตางๆ ของโรค และยังสั่งสอนเกี่ยวกับจรรยาบรรณแพทยวา แพทย ที่ดีควรทำอยางไร
การสรรคํา
คําที่ใชในบทวรรณคดีบทนี้เปนถอยคําที่เขาใจงาย ไมซับซอน ความหมายตรงไปตรง
มา
๑. เลือกใชคําใหถูกตองตรงตามความหมายที่ตองการ

ผูแตงมีการใชคําไวพจน ซึ่งคือคําที่มีความหมายเหมือนกัน เพื่อทําใหบทกลอนมีความ


ไพเราะและมีสัมผัสตรงตามฉันทลักษณ

ตัวอยาง

ปตตํ คือวังหนา เรงรักษาเขมนหมาย


อาหารอยูในกาย คือเสบียงเลี้ยงโยธา
หนทางทั้งสามแหง เรงจัดแจงรักษา
หามอยาใหขาศึกมา ปดทางไดจะเสียที
อนึ่งเลามีคําโจทย กลาวยกโทษแพทยอันมี
ปรีชารูคัมภีร เหตุฉันใดแกมิฟง
คําเฉลยแกปุจฉา รูรักษาก็จริงจัง
ดวยโรคเหลือกําลัง จึงมิฟงในการยา
๒. เลือกใชคําใหเหมาะสมกับเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่อง
เรื่องคัมภีรฉันทศาสตร แพทยศาสตรสงเคราะหพูดถึงบุคคลทั่วไปและแพทย
เพราะฉะนั้นคําศัพทที่ใชในบทกลอนจึงเปนคําสามัญที่เหมาะกับคนทั่วไป และมีความหมายที่
เขาใจงาย ตรงไปตรงมา

ตัวอยาง

เปนแพทยพึงสําคัญ โอกาสนั้นมีอยูสาม

เคราะหรายขัดโชคนาม บางทีรูเกินรูไป
๓. การใชคําใหเหมาะสมแกลักษณะคําประพันธ

คัมภีรฉันทศาสตร แพทยศาสตรสงเคราะหเปนการประพันธแบบกาพยยานี ๑๑ จึงตองมีการเลือก


ใชคําใหเหมาะสมแกลักษณะของฉันทลักษณและมีสัมผัสของเสียงที่ตรงตามกฎเกณฑ เพราะคัมภีร
ฉันทศาสตรเปนบทรอยกรอง บางคําศัพทที่ใชในบทประพันธจึงเปนคําที่สามารถพบเจอไดแคในบท
รอยกรองเทานั้นและไมสามารถใชกับบทรอยแกวเหมือนคําศัพททั่วๆไปได เชน เสมหา โอฬาร ลาภา
ในบทกลอนมีการเลือกคําเพื่อใหคลองจองตรงตามสัมผัสที่บังคับและมีสัมผัสระหวางบท
ตรงตามรูปแบการเขียนกาพยยานี ๑๑

ตัวอยาง
จบเรื่องที่ตนรู โรคนั้นสูว
 าแรงกรรม
ไมสิ้นสงสัยทํา สุดมือมวนนาเสียดาย
บางที่ก็มีชัย แตยาใหโรคนั้นหาย
ทานกลาวอภิปราย วาชอบโรคนั้นเปนดี
๔. เลือกใชคําโดยคํานึงถึงเสียง

๔.๑ เลือกใชคําโดยคํานึงถึงเสียง

ในบทกลอนมีการเลือกคําเพื่อใหคลองจองตรงตามสัมผัสที่บังคับและมีสัมผัส
ระหวางบทตรงตามรูปแบการเขียนกาพยยานี ๑๑

จบเรื่องที่ตนรู โรคนั้นสูวาแรงกรรม

ไมสิ้นสงสัยทํา สุดมือมวนนาเสียดาย

บางที่ก็มีชัย แตยาใหโรคนั้นหาย

ทานกลาวอภิปราย วาชอบโรคนั้นเปนดี
๔.๒ เลือกใชคําโดยคํานึงถึงเสียง

นอกเหนือจากการเลนสัมผัสคํายังมีการใชคําเพื่อเลนเสียงหนักเบา เชนคําวา ลาภา ระยํา


กระทํา เสียดาย กําเดา เพื่อทําใหบทกลอนมีความไพเราะมากขึ้นเวลาอาน
ตัวอยาง

โรคคือครุกรรม บรรจบจําอยาพึงทาย

กลาวเลหอุบายหมาย ดวยโลภหลงในลาภา

บางจําแตเพศไข สิ่งเดียวไดสังเกตมา

กองเลือดวาเสมหา กองวาตาวากําเดา

ตัวอยาง

เห็นลาภจะใครได นิยมใจไมเกรงกรรม

รูนอยบังอาจทํา โรคระยําเพราะแรงยา
การเรียบเรียงคํา
การเรียบเรียงคําเปนอีกหนึ่งปจจัยที่สรางความไพเราะใหแก
บทประพันธ โดยเฉพาะบทประพันธที่มีลักษณะเปนรอยกรองที่ตอง
คํานึงถึงหลักฉันทลักษณของกลอนประเภทนั้นๆ การเรียบเรียงคํายัง
สามารถทําใหผูอานเขาใจบทประพันธไดงายและรวดเร็วขึ้น
๑. เรียงขอความที่บรรจุสารสําคัญไวทายสุด

ความหมายหลักในบทกลอนขางใตอยูดานหลังของแตละบาท ซึงในวรรคแรกและวรรค
ที่สามจะบอกประทานหรือสิ่งที่ตองการจะขยายความในวรรคถัดไป ซึ่งก็คือ ปตตํที่เปรียบเปน
วังหนา และอาหารในรางกาย วรรคดานหลังจะบอกหนาที่ของแตละอยาง ซึ่งเปนใจความ
หลักของบท คือ มีหนาที่รักษาและเปนเสบียง

ปตตํ คือวังหนา เรงรักษาเขมนหมาย

อาหารอยูในกาย คือเสบียงเลี้ยงโยธา
เรียงคํา วลี หรือประโยคที่มีความสําคัญเทาๆ กัน เคียงขนานกันไป

ความหมายของแตละวรรคในบทกลอนมีความสําคัญเทาๆกัน ผูแตงเรียงประโยค “รูนอย


บังอาจทํา” กับ “โรคระยําเพราะแรงยา” ไวขางๆกัน ซึ่งทั้งสองประโยคนี้สื่อความหมายที่มีค
วามสําคัญและความหนักแนนของประโยคที่เทากัน กลอนบทนี้ตองการจะสื่อถึงผูที่อวดรู
หลอกรักษาผูอื่นหากแตตัวเองมีความรูนอย

เห็นลาภจะใครได นิยมใจไมเกรงกรรม
รูนอยบังอาจทํา โรคระยําเพราะแรงยา
เรียบเรียงประโยคใหเนื้อหาเขมขนขึ้นไปตามลําดับดุจขั้นบันไดจนถึงขั้นสุดทายที่สําคัญที่สุด

ในบทประพันธขางใตลําดับความสําคัญของเนื้อหาคอยๆไลลําดับจากที่มีความสําคัญ
นอยสุดไปหาเนื้อหาที่เปนประเด็นหลัก บทกลอนเริ่มตนดวยการเปรียบแพทยเปนทหาร ซึ่ง
มีหนาที่คอยรักษาคุมครองเมืองนครและสิ่งที่สําคัญที่สุดนั่นก็คือหัวใจ ซึ่งก็เปรียบกับกษัตริย
ประเด็นสําคัญคือการที่ทหารตองคอยปกปองเมืองและคอยดูแลไว เพราะหัวใจอาจเกิดอัน
จรายไดถามีศัตรูเขามา

เปรียบแพทยคือทหาร อันชํานาญรูลําเนา
ขาศึกมาอยาใจเบา หอมลอมรอบทุกทิศา
ใหดํารงกระษัตริยไว คือดวงใจใหเรงยา
อนึ่งหามอยาโกรธา ขาศึกมาจะอันตราย
เรียบเรียงประโยคใหเนื้อหาเขมขนขึ้นไปตามลําดับแตคลายความเขมขนลงในชวงหรือ
ประโยคสุดทายอยางฉับพลัน

บทกลอนดังกลาวมีการเรียงลําดับความเขมขนขึ้นเรื่อยๆ หากแตตอนทายมีการ
ตัดบทโดยฉับพลัน ทําใหความเขมขนนั้นหายไป

โรคนั้นคือครุกรรม บรรจบจําอยาพึงทาย
กลาวเลหอุบายหมาย ดวยโลภหลงในลาภา
บางจําแตเพศไข สิ่งเดียวไดสังเกตมา
กองเลือดวาเสมหา กองวาตาวากําเดา
คัมภีรกลาวไวหมด ไยมิจดมิจําเอา
ทายโรคแตโดยเดา ใหเชื่อถือในอาตมา
การใชโวหาร
โวหารถูกนํามาใชในบทประพันธเพื่อสรางจินตภาพ อารมณและความรูสึกที่แตกตางจากการใช
ภาษาที่ตรงไปตรงมา ซึ่งโวหารหรือภาพพจนจะเปนการใชภาษาที่ถูกดัดแปรงใหแปลกจากภาษาปกติ
ทั่วไป

การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง
ในเรื่องมีการเปรียบไขวาเหมือนกับไฟปา

เมื่อออนรักษา แกแลวไซรยากนักหนา
ไขนั้นอุปมา เหมือนเพลิงปาไหมลุกลาม
การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเปนอีกสิ่งหนึ่ง

ผูแตงเปรียบเทียบรางกายเปนตัวเมือง หัวใจเปนกษัตริย และ เปรียบแพทยเปนทหารที่


คอบปกปองรักษานคร เพื่อทําใหผูอานสามารถเคาใจความหมายและเห็นภาพไดชัดเจนยิ่ง
ขึ้น

อนึ่งจะกลาวสอน กายนครมีมากหลาย
ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา
ดวงจิตคือกระษัตริย ผานสมบัติอันโอฬาร
ขาศึกคือโรคา เกิดเขนฆาในกายเรา
เปรียบแพทยคือทหาร อันชํานานรูลําเนา
ขาศึกมาอยางใจเบา หอมลอมรอบทุกทิศา
คุณคาดานเนื้อหา
คัมภีรฉันทศาสตร แพทยศาสตรสงเคราะห เปนหนังสือที่รวบรวมความรูเกี่ยวกับ
แพทยศาสตรจากตําราตางๆ ผูแตงเลือกใชคําประพันธประเภท กาพยยานี ๑๑ เริ่มตนดวยบท
ไหวครู และจรรยาบรรณของแพทย กับขอควรปฏิบัติ เนื้อหาในบทนี้ไดกลาวถึงแนวทางที่จะ
นําพาไปสูความสาเร็จในการเปนแพทยแผนโบราณในการรักษาโรคดวยยาสมุนไพร
สาระสําคัญของเรื่อง
คือ ความสําคัญของการเปนแพทยและคุณสมบัติที่แพทยควรมี ซึ่งจะชวยรักษาโรคได
อยางมีประสิทธิภาพมากกวาความรูเรื่องนาอยางเดียว

กลวิธีการแตง
เนื้อหานั้นจัดเปนตําราเฉพาะดาน เนนการอธิบายเปนสวนใหญ จึงใชอุปมาโวหาร
เปรียบเทียบ ตัวอยางเชน

เมื่อออนรักษา แกแลวไซรยากนักหนา

ไขนั้นอุปมา เหมือนเพลิงปาไหมลุกลาม
คุณคาดานวรรณศิลป
๑. การใชถอยคําในการอธิบาย

ซึ่งเลือกใชคําสั้นๆ คํานอย กินความมาก อานเขาใจงาย ตัวอยางเชน

เปรียบแพทยคือทหาร อันชํานาญรูลําเนา

ขาศึกมาอยาใจเบา หอมลอมรอบทุกทิศา

ใหดํารงกระษัตริยไว คือดวงใจใหเรงยา

อนึ่งหามอยาโกรธา ขาศึกมาจะอันตราย
๒. การใชอุปมาโวหาร

มีการใชถอยคําในการเปรียบเทียบเพื่อใหผูอานเขาใจความหมาย และเห็นภาพได
ชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอยางเชน

… อุทธัจจังอยาอุทธัจ เห็นถนัดในโรคา

ใหตั้งตนดังพระยา ไกรสรราชเขานาวี

สอนใหแพทยปฏิบัติตนเหมือนพญาราชสีหที่เขาตะครุบเหยื่อ คือ เมื่อแพทยเห็นโรคแลว


ใหรีบรักษา อยามัวเพิกเฉย
๓. การใชสํานวนไทย

มีการใชสํานวนไทยมาประกอบการอธิบาย ชวยใหเขาใจเนื้อความไดชัดเจนยิ่งขึ้น

ตัวอยางเชน

... เรียนรูคัมภีรไสย สุขุมไวอยางแพรงพราย

ควรกลาวจึงขยาย อยายื่นแกวใหวานร
๔. การใชถอยคําที่เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและบุคคลในเรื่อง

เลือกใชคําที่สามารถถายทอดความรูสึกแกผูอื่นไดอยางตรงไปตรงมา และเขาใจ
งาย ตัวอยางเชน

รูแลวอยาอวดรู พินิจดูอยาหมิ่นเมิน

ควรยาหรือยาเกิน กวาโรคนั้นจึงกลับมา
คุณคาดานสังคม
๑. สะทอนขอคิดเพื่อนําไปใชในการดําเนินชีวิต

ซึ่งสามารถนําไปปรับใชไดกับทุกอาชีพ เพราะไมวาจะเปนบุคคลในอาชีพใด ถาไมมีค


วามประมาท ความอวดดี ความริษยา ความโลภ ความเห็นแกตัว ความหลงตนเอง ไมแบงยก
ชนชั้นในการประกอบอาชีพ และมีศีลธรรมประจําใจ ยอมที่จะไดรับการยกยองจากบุคคล
ตางๆ โดยเฉพาะอาชีพแพทยซ ซึ่งเกี่ยวของกับความเปนตายของชีวิตคน ตองเปนผูที่รอบรู
จริง ตั้งแตการวินิจฉัยสมมติฐานของโรค การใชยา และความรับผิดชอบตอผูปวย ใหปฏิบัติ
ตนดวยความรอบคอบไมประมาท
๒. สะทอนใหเห็นคุณคาเรื่องแพทยแผนไทย

แพทยแผนไทยเปนวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่ง เปนแพทยทางเลือกที่มีความจําเปนใน
การรักษาโรค เราจะคิดวาเปนเรื่องที่ลาสมัยไมได เพราะเวชกรรมแผนโบราณเปนที่ยอมรับ
เชื่อถือมานาน กอนที่จะรับเอาวิทยาการแพทยแผนใหมมาจากชาติตะวันตกมาใช ซึ่ง
ปจจุบันการคนควาวิจัยทางแพทยจะกลับมาใหความสนใจในการรักษาดวยยาสมุนไพรตาม
แบบโบราณ โดยถือวาเปนทางเลือกทางหนึ่งในการรักษาโรคในปจจุบัน
๓. ใหความรูเรื่องศัพททางการแพทยแผนโบราณ

ตัวอยางเชน

คําวา “ธาตุพิการ” หรือ ธาตุทั้งสี่ (ดิน นํ้า ลม และไฟ) ในรางกายไมปกติ ทําใหเกิดโรค


ตางๆ ขึ้นตามกองธาตุเหลานั้น สวนคําวา “กําเดา” หมายถึงอาการไขอยางหนึ่งเกิดจากหวัด
เรียกวา “ไขกําเดา” อาการของโรคจะมีเลือดไหลออกทางจมูก เรียกวาเลือดกําเดา คําวา
“ปวดมวน” หมายถึงการปนปวนในทอง