Você está na página 1de 13

รายงานเชิงวิชาการ

การอ่านและพิจารณาวรรณคดีเรื่อง
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
โดย

นางสาว วรรณ์วริสา กฤติยาศรีสุเมธ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๑ เลขที่ ๗


นางสาว ลักษิกา ทวีวัฒนะกิจบวร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๑ เลขที่ ๒๐
นาย วิชยุตม์ งามพรชัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๑ เลขที่ ๑๑
นาย พัสกร รอดผล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๑ เลขที่ ๑๔

เสนอ
อ.พนมศักดิ์ มนูญปรัชญาภรณ์

ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘


โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning)


รายวิชาภาษาไทยและวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕
คานา

คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เป็นตาราที่รวบรวมข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการแพทย์
ไทย ซึ่งเป็นการแพทย์แผนโบราณ ประพันธ์ขึ้นโดย พระยาพิศณุประสาทเวช ใน พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สืบค้นและรวบรวมไว้ เพราะทรงเห็นว่า
แพทย์แผนโบราณและตารายาพื้นบ้านเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีค่า และป้องกันไม่ให้มีการสืบทอดที่
ผิดเพี้ยน หรือการสูญหายเกิดขึ้น

ในปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทางกระทรวงการ


ศึกษาธิการได้จัดทาและจัดพิมพ์คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เป็นหนังสือเป็นของถวายราช
สักการะ โดยมีการดัดแปลงจากต้นฉบับของพระยาพิศณุประสาทเวชเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เหมาะสมแก่
ยุคสมัยและเผยแพร่ความรู้แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ผู้จัดทา


สารบัญ

หน้า
คานา ก
สารบัญ ข
๑. การอ่านและพิจารณาเนือ้ หาและกลวิธีในวรรณคดีและวรรณกรรม
๑.๑ เนื้อเรื่อง หรือเนื้อเรื่องย่อ ๑
๑.๒ โครงเรื่อง ๑
๑.๓ แก่นเรื่องหรือสารัตถะของเรื่อง ๑

๒. การอ่านและพิจารณาการใช้ภาษาในวรรณคดีและวรรณกรรม
๒.๑ การสรรคา ๒
๒.๒ การเรียบเรียงคา ๔
๒.๓ การใช้โวหาร ๕

๓. การอ่านและพิจารณาประโยชน์หรือคุณค่าในวรรณคดีและวรรณกรรม
๓.๑ คุณค่าด้านเนื้อหา ๗
๓.๒ คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๗
๓.๓ คุณค่าด้านสังคม ๘
บรรณานุกรม ๑๐


การอ่านและพิจารณาเนื้อหาและกลวิธีในวรรณคดีและวรรณกรรม

เนื้อเรื่องย่อ

คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์กล่าวเปรียบเทียบร่างกายเหมือนกับบ้านเมือง โดยให้


ความสาคัญกับดวงจิต ด้วยการเปรียบดวงจิตเป็นกษัตริย์ และเปรียบโรคภัยเป็นข้าศึก เปรียบแพทย์เป็นทหาร
ที่คอยดูแลปกป้องรักษาร่างกาย ไม่ให้ร่างกายมีโรคภัย อีกทั้งดวงใจก็พยายามอย่าโกรธเพื่อไม่ให้โรคภัยคุกคาม
ความรู้ความเชี่ยวชาญในการรักษาบาบัดรักษาโรค มีความสาคัญอย่างยิ่ง เมื่อใดเกิดอาการเจ็บป่วย แพทย์ต้อง
รักษาโรคให้ทันท่วงที และรักษาให้ถูกโรค เนื่องจากอาการเจ็บป่วยอาจลุกลามจนรักษาไม่หายและควรรอบรู้
ในการรักษาทั้งคัมภีร์พุทธไสย์อย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและถ่ายทอดความรู้แก่ผู้อื่นได้

โครงเรื่อง

คัมภีร์ฉันทศาสตร์เป็นสิ่งที่สั่งสอนสิ่งที่แพทย์ควรกระทาและไม่ควรกระทา ร่วมถึง จรรยาบรรณของ


แพทย์

สารัตถะของเรื่อง

ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการแทรกซ้อนต่างๆ ของโรค และยังสั่งสอนเกี่ยวกับจรรยาบรรณแพทย์ว่า


แพทย์ ที่ดีควรทาอย่างไร


อ่านและพิจารณาการใช้ภาษาในวรรณคดีและวรรณกรรม

การสรรคา
คาที่ใช้ในบทวรรณคดีบทนี้เป็นถ้อยคาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ความหมายตรงไปตรงมา

๑. เลือกใช้คาให้ถูกต้องตรงตามความหมายที่ต้องการ
ผู้แต่งมีการใช้คาไวพจน์ ซึ่งคือคาที่มีความหมายเหมือนกัน เพื่อทาให้บทกลอนมีความไพเราะ
และมีสัมผัสตรงตามฉันทลักษณ์
ตัวอย่าง
ปิตต คือวังหน้า เร่งรักษาเขม้นหมาย
อาหารอยู่ในกาย คือเสบียงเลี้ยงโยธา
หนทางทั้งสามแห่ง เร่งจัดแจงรักษา
ห้ามอย่าให้ข้าศึกมา ปิดทางได้จะเสียที
อนึ่งเล่ามีคาโจทย์ กล่าวยกโทษแพทย์อันมี
ปรีชารู้คัมภีร์ เหตุฉันใดแก้มิฟัง
คาเฉลยแก้ปุจฉา รู้รักษาก็จริงจัง
ด้วยโรคเหลือกาลัง จึงมิฟังในการยา

๒. เลือกใช้คาให้เหมาะสมกับเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่อง
เรื่องคัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์พูดถึงบุคคลทั่วไปและแพทย์ เพราะฉะนั้น
คาศัพท์ที่ใช้ในบทกลอนจึงเป็นคาสามัญที่เหมาะกับคนทั่วไป และมีความหมายที่เข้าใจง่าย
ตรงไปตรงมา
ตัวอย่าง
เป็นแพทย์พึงสาคัญ โอกาสนั้นมีอยู่สาม
เคราะห์ร้ายขัดโชคนาม บางทีรู้เกินรู้ไป

๓. การใช้คาให้เหมาะสมแก่ลักษณะคาประพันธ์
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เป็นการประพันธ์แบบกาพย์ยานี 11 จึงต้องมีการ
เลือกใช้คาให้เหมาะสมแก่ลักษณะของฉันทลักษณ์และมีสัมผัสของเสียงที่ตรงตามกฎเกณฑ์ เพราะ
คัมภีร์ฉันทศาสตร์เป็นบทร้อยกรอง บางคาศัพท์ที่ใช้ในบทประพันธ์จึงเป็นคาที่สามารถพบเจอได้แค่ใน


บทร้อยกรองเท่านั้นและไม่สามารถใช้กับบทร้อยแก้วเหมือนคาศัพท์ทั่วๆไปได้ เช่น เสมหา โอฬาร์ ลา
ภา

๔. เลือกใช้คาโดยคานึงถึงเสียง
๔.๑ เลือกใช้คาโดยคานึงถึงเสียง
ในบทกลอนมีการเลือกคาเพื่อให้คล้องจองตรงตามสัมผัสที่บังคับและมีสัมผัส
ระหว่างบทตรงตามรูปแบการเขียนกาพย์ยานี ๑๑
ตัวอย่าง
จบเรื่องที่ตนรู้ โรคนั้นสู้ว่าแรงกรรม
ไม่สิ้นสงสัยทา สุดมือม้วนน่าเสียดาย
บางที่ก็มชี ัย แต่ยาให้โรคนั้นหาย
ท่านกล่าวอภิปราย ว่าชอบโรคนั้นเป็นดี

๔.๒ เลือกใช้คาโดยคานึงถึงเสียง
นอกเหนือจากการเล่นสัมผัสคายังมีการใช้คาเพื่อเล่นเสียงหนักเบา เช่นคาว่า ลาภา
ระยา กระทา เสียดาย กาเดา เพื่อทาให้บทกลอนมีความไพเราะมากขึ้นเวลาอ่าน
ตัวอย่าง
โรคคือครุกรรม บรรจบจาอย่าพึงทาย
กล่าวเล่ห์อุบายหมาย ด้วยโลภหลงในลาภา
บ้างจาแต่เพศไข้ สิ่งเดียวได้สังเกตมา
กองเลือดว่าเสมหา กองวาตาว่ากาเดา

ตัวอย่าง

เห็นลาภจะใคร่ได้ นิยมใจไม่เกรงกรรม
รู้น้อยบังอาจทา โรคระยาเพราะแรงยา

การเรียบเรียงคา
การเรียบเรียงคาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความไพเราะให้แก่บทประพันธ์ โดยเฉพาะบทประพันธ์ที่มี
ลักษณะเป็นร้อยกรองที่ต้องคานึงถึงหลักฉันทลักษณ์ของกลอนประเภทนั้นๆ การเรียบเรียงคายังสามารถทาให้
ผู้อ่านเข้าใจบทประพันธ์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

๑. เรียงข้อความที่บรรจุสารสาคัญไว้ท้ายสุด
ความหมายหลักในบทกลอนข้างใต้อยู่ด้านหลังของแต่ละบาท ซึงในวรรคแรกและวรรคที่สาม
จะบอกประทานหรือสิ่งที่ต้องการจะขยายความในวรรคถัดไป ซึ่งก็คือ ปิตตที่เปรียบเป็นวังหน้า และ
อาหารในร่างกาย วรรคด้านหลังจะบอกหน้าที่ของแต่ละอย่าง ซึ่งเป็นใจความหลักของบท คือ มี
หน้าที่รักษาและเป็นเสบียง

ปิตต คือวังหน้า เร่งรักษาเขม้นหมาย


อาหารอยู่ในกาย คือเสบียงเลี้ยงโยธา

๒. เรียงคาวลี หรือประโยคที่มีความสาคัญเท่าๆกัน เคียงขนานกันไป


ความหมายของแต่ละวรรคในบทกลอนมีความสาคัญเท่าๆกัน ผู้แต่งเรียงประโยค “รู้น้อย
บังอาจทา” กับ “โรคระยาเพราะแรงยา” ไว้ข้างๆกัน ซึ่งทั้งสองประโยคนี้สื่อความหมายที่มี
ความสาคัญและความหนักแน่นของประโยคที่เท่ากัน กลอนบทนี้ต้องการจะสื่อถึงผู้ที่อวดรู้ หลอก
รักษาผู้อื่นหากแต่ตัวเองมีความรู้น้อย

เห็นลาภจะใคร่ได้ นิยมใจไม่เกรงกรรม
รู้น้อยบังอาจทา โรคระยาเพราะแรงยา

๓. เรียบเรียงประโยคให้เนื้อหาเข้มข้นขึ้นไปตามลาดับดุจขั้นบันไดจนถึงขั้นสุดท้ายที่สาคัญที่สุด
ในบทประพันธ์ข้างใต้ ลาดับความสาคัญของเนื้อหาค่อยๆไล่ลาดับจากที่มีความสาคัญน้อยสุด
ไปหาเนื้อหาที่เป็นประเด็นหลัก บทกลอนเริ่มต้นด้วยการเปรียบแพทย์เป็นทหาร ซึ่งมีหน้าที่คอยรักษา
คุ้มครองเมืองนครและสิ่งที่สาคัญที่สุดนั่นก็คือหัวใจ ซึ่งก็เปรียบกับกษัตริย์ ประเด็นสาคัญคือการที่
ทหารต้องคอยปกป้องเมืองและคอยดูแลไว้ เพราะหัวใจอาจเกิดอันจรายได้ถ้ามีศัตรูเข้ามา

เปรียบแพทย์คือทหาร อันชานาญรู้ลาเนา
ข้าศึกมาอย่าใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา
ให้ดารงกระษัตริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา
อนึ่งห้ามอย่าโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย

๔. เรียบเรียงประโยคให้เนื้อหาเข้มข้นขึ้นไปตามลาดับแต่คลายความเข้มข้นลงในช่วงหรือประโยค
สุดท้ายอย่างฉับพลัน
บทกลอนดังกล่าวมีการเรียงลาดับความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หากแต่ตอนท้ายมีการตัดบท
โดยฉับพลัน ทาให้ความเข้มข้นนั้นหายไป

โรคนั้นคือครุกรรม บรรจบจาอย่าพึงทาย
กล่าวเล่ห์อุบายหมาย ด้วยโลภหลงในลาภา
บ้างจาแต่เพศไข้ สิ่งเดียวได้สังเกตมา
กองเลือดว่าเสมหา กองวาตาว่ากาเดา
คัมภีร์กล่าวไว้หมด ไยมิจดมิจาเอา
ทายโรคแต่โดยเดา ให้เชื่อถือในอาตมา

การใช้โวหาร
โวหารถูกนามาใช้ในบทประพันธ์เพื่อสร้างจินตภาพ อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างจากการใช้ภาษา
ที่ตรงไปตรงมา ซึ่งโวหารหรือภาพพจน์จะเป็นการใช้ภาษาที่ถูกดัดแปรงให้แปลกจากภาษาปกติ ทั่วไป

๑. การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง
ผู้แต่งใช้อุปมาโวหารเพื่อทาให้ผู้อ่านเห็นภาพและเข้าใจบทประพันธ์ได้ง่าย หรือใช้เพื่อสื่อถึง
อารมณ์ของเนื้อเรื่องในตอนนั้นๆ
ตัวอย่าง
เมื่ออ่อนรักษา แก่แล้วไซร้ยากนักหนา
ไข้นั้นอุปมา เหมือนเพลิงป่าไหม้ลุกลาม

ในเรื่องมีการเปรียบไข้ว่าเหมือนกับไฟป่า


๒. การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
ในบทประพันธ์มีการใช้อุปลักษณ์โวหาร ซึ่งก็คือการเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งโดยอาจใช้
คาเชื่อม ‘คือ’ ‘เป็น’ หรือไม่ได้ใช้คาอะไรเลย แต่รูปประโยคสื่อความหมายเป็นนัยถึงการเปรียบเทียบ
ตัวอย่าง
อนึ่งจะกล่าวสอน กายนครมีมากหลาย
ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา
ดวงจิตคือกระษัตริย์ ผ่านสมบัติอันโอฬาร์
ข้าศึกคือโรคา เกิดเข่นฆ่าในกายเรา
เปรียบแพทย์คือทหาร อันชานานรู้ลาเนา
ข้าศึกมาอย่างใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา

ผู้แต่งเปรียบเทียบร่างกายเป็นตัวเมือง หัวใจเป็นกษัตริย์ และ เปรียบแพทย์เป็นทหารที่คอบ


ปกป้องรักษานคร เพื่อทาให้ผู้อ่านสามารถเค้าใจความหมายและเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


การอ่านและพิจารณาประโยชน์หรือคุณค่าในวรรณคดีและวรรณกรรม

คุณค่าด้านเนื้อหา
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์ เป็นหนังสือที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับแพทยศาสตร์จาก
ตาราต่างๆ ผู้แต่งเลือกใช้คาประพันธ์ประเภท กาพย์ยานี ๑๑ เริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู และจรรยาบรรณของ
แพทย์ กับข้อควรปฏิบัติ เนื้อหาในบทนี้ได้กล่าวถึงแนวทางที่จะนาพาไปสู่ความสาเร็จในการเป็นแพทย์แผน
โบราณในการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร

สาระสาคัญของเรื่อง คือ ความสาคัญของการเป็นแพทย์และคุณสมบัติที่แพทย์ควรมี ซึ่งจะช่วยรักษา


โรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าความรู้เรื่องนาอย่างเดียว

โครงเรื่องเริ่มต้นด้วยบทไหว้ครูเพื่อเป็นการไหว้พระรัตนตรัย ตามด้วยบทไหว้เทพเจ้าของพราหมณ์
ไหว้หมอชีวกโกมารภัจ และไหว้ครูแพทย์โดยทั่วไป ต่อด้วยความสาคัญของแพทย์ จรรยาบรรณแพทย์ ซึ่งเป็น
คุณสมบัติที่แพทย์พึงมี และตอนท้ายกล่าวถึงทับ ๘ ประการ คือ อาการของโรคชนิดหนึ่งที่แทรกซ้อนกับโรค
อื่น

กลวิธีการแต่ง เนื้อหานั้นจัดเป็นตาราเฉพาะด้าน เน้นการอธิบายเป็นส่วนใหญ่ จึงใช้อุปมาโวหาร


เปรียบเทียบ ตัวอย่างเช่น
เมื่ออ่อนรักษา แก่แล้วไซร้ยากนักหนา
ไข้นั้นอุปมา เหมือนเพลิงป่าไหม้ลุกลาม

คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑. การใช้ถ้อยคาในการอธิบาย ซึ่งเลือกใช้คาสั้นๆ คาน้อย กินความมาก อ่านเข้าใจง่าย ตัวอย่างเช่น

เปรียบแพทย์คือทหาร อันชานาญรู้ลาเนา
ข้าศึกมาอย่าใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา
ให้ดารงกระษัตริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา
อนึ่งห้ามอย่าโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย


๒. การใช้อุปมาโวหาร
มีการใช้ถ้อยคาในการเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความหมาย และเห็นภาพได้ชัดเจน
ยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น
อุทธัจจังอย่าอุทธัจ เห็นถนัดในโรคา
ให้ตั้งตนดังพระยา ไกรสรราชเข้านาวี

สอนให้แพทย์ปฏิบัติตนเหมือนพญาราชสีห์ที่เข้าตะครุบเหยื่อ คือ เมื่อแพทย์เห็นโรคแล้วให้รีบรักษา


อย่ามัวเพิกเฉย
๓. การใช้สานวนไทย
มีการใช้สานวนไทยมาประกอบการอธิบาย ช่วยให้เข้าใจเนื้อความได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น
เรียนรู้คัมภีร์ไสย สุขุมไว้อย่างแพร่งพราย
ควรกล่าวจึงขยาย อย่ายื่นแก้วให้วานร

๔. การใช้ถ้อยคาที่เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและบุคคลในเรื่อง
เลือกใช้คาที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกแก่ผู้อื่นได้อย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย
ตัวอย่างเช่น
รู้แล้วอย่าอวดรู้ พินิจดูอย่าหมิ่นเมิน
ควรยาหรือยาเกิน กว่าโรคนั้นจึงกลับมา

คุณค่าด้านสังคม
๑. สะท้อนข้อคิดเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต ซึ่งสามารถนาไปปรับใช้ได้กับทุกอาชีพ เพราะไม่ว่าจะ
เป็นบุคคลในอาชีพใด ถ้าไม่มีความประมาท ความอวดดี ความริษยา ความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความหลง
ตนเอง ไม่แบ่งยกชนชั้นในการประกอบอาชีพ และมีศีลธรรมประจาใจ ย่อมที่จะได้รับการยกย่องจากบุคคล
ต่างๆ โดยเฉพาะอาชีพแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นตายของชีวิตคน ต้องเป็นผู้ที่รอบรู้จริง ตั้งแต่การ
วินิจฉัยสมมติฐานของโรค การใช้ยา และความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย ให้ปฏิบัติตนด้วยความรอบคอบไม่ประมาท

๒. สะท้อนให้เห็นคุณค่าเรื่องแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่ง เป็นแพทย์


ทางเลือกที่มีความจาเป็นในการรักษาโรค เราจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไม่ได้ เพราะเวชกรรมแผนโบราณเป็น
ที่ยอมรับเชื่อถือมานาน ก่อนที่จะรับเอาวิทยาการแพทย์แผนใหม่มาจากชาติตะวันตกมาใช้ ซึ่งปัจจุบันการ

ค้นคว้าวิจัยทางแพทย์จะกลับมาให้ความสนใจในการรักษาด้วยยาสมุนไพรตามแบบโบราณ โดยถือว่าเป็น
ทางเลือกทางหนึ่งในการรักษาโรคในปัจจุบัน

๓. ให้ความรู้เรื่องศัพท์ทางการแพทย์แผนโบราณเช่น คาว่า “ธาตุพิการ” หรือ ธาตุทั้งสี่ (ดิน น้า ลม


และไฟ) ในร่างกายไม่ปกติ ทาให้เกิดโรคต่างๆ ขึ้นตามกองธาตุเหล่านั้น ส่วนคาว่า “กาเดา” หมายถึงอาการไข้
อย่างหนึ่งเกิดจากหวัดเรียกว่า “ไข้กาเดา” อาการของโรคจะมีเลือดไหลออกทางจมูก เรียกว่าเลือดกาเดา คา
ว่า “ปวดมวน” หมายถึงการปั่นป่วนในท้อง


บรรณานุกรม

แปลแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์. เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม. สืบค้นเมื่อวัน 15 พฤษภาคม 2561, จาก


http://www.vcharkarn.com/forum/view?id=83329§ion=forum&ForumReply_page=2

สุธาวา. คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์. สืบค้นเมื่อวัน 15 พฤษภาคม 2561, จาก


https://sites.google.com/site/aphichitsuthawa/khamphir-chanth-sastr-phaethysastr-
sngkheraah

คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ อ.บุญกว้าง ศรีสุทโธ. สืบค้นเมื่อวัน 15 พฤษภาคม 2561, จาก


https://sites.google.com/a/htp.ac.th/khamphir-chanth-sastr-phaethysastr-sngkheraah/home

นิตยา ทองดียิ่ง. (กุมภาพัน 2556). คัมภีร์ฉันทศาสตร์. LinkedIn SlideShare. สืบค้นเมื่อวัน 15 พฤษภาคม


2561, จาก https://www.slideshare.net/ssuser89487a/ppt1-16351879

๑๐